พูดคุยกับตุล ไวฑูรเกียรติ ตัวแทนวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า ที่จะมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของอัลบั้ม Bangkok Love Story ผลงานแรกของวงที่สร้างปรากฏการณ์เขย่าซีนดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อคไทยในยุค 2000s จึงถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ฟังอัลบั้มนี้ร่วมกันอีกครั้งในรูปแบบแผ่นเสียง และหลายคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าตุลเป็นดีเจและนักสะสมแผ่นเสียงตัวยง Drop the Talk เลยอยากชวนมาพบกับ 5 แผ่นที่ตุลเลือกหยิบยกมาแนะนำ ขอบอกเลยว่าเด็ด น่าตามไปฟังสุดๆ

จุดเริ่มต้นของอัลบั้ม Bangkok Love Story (2003)

จุดกำเนิดจริงๆ ของวงดนตรีและอัลบั้ม Bangkok Love Story ไม่ได้เริ่มจากผมเป็นคนแรกนะครับ ผู้ก่อตั้งจริงๆ จะมีคุณจ้า คุณใหม่ คุณบอล สามคนเขาแจมดนตรีกันอยู่แล้วที่ห้องซ้อมย่านลาดพร้าว วันหนึ่งใหม่เขาโทรศัพท์มาหาผมเพราะมีเเต่นักดนตรี ขาดนักแต่งเพลง ผมเลยจับพลัดจับผลูได้ไปแจมดนตรีกับเขา ซึ่งตอนแรกไม่เคยคิดด้วยว่ามันจะถาวรมาขนาดนี้ คิดแต่แรกว่ามันจะเวิร์กหรือเปล่า เพราะเราเป็นนักดนตรีที่มาจากคนละแบ็กกราวนด์กันมาก ตอนนั้นผมก็ทำวงอะไรจ๊ะ (วงอินดี้ร็อคที่มีผลงานอัลบั้ม The Downtown Symphony) อยู่ด้วย ซึ่งเป็นช่วงที่วงอะไรจ๊ะใกล้จะจบโปรเจกต์แล้วครับ ผมก็ลองไปแจมดนตรีตามมารยาทละกัน ตอนนั้นยอมรับว่าอยากไปเเค่ครั้งเดียวให้จบๆ ไป  แต่บังเอิญในวันนั้นดันมีเคมี เเละพรหมลิขิตอะไรบางอย่างที่ทำให้เราทำงานเข้ากันได้ไหลลื่นมาก

สามเพลงแรกที่เกิดขึ้นคือกำแพง อิสระในความเมา ซึ่งตอนแรกเราเรียกว่าเพลง Foodie แล้วก็เพลง Let it go เป็นสามเพลงที่เกิดขึ้นแล้วทำให้ผมรู้สึกว่า เออโปรเจกต์นี้มันเริ่มจะมีความหวัง แต่ผมก็บอกกับเขาก่อนครับว่าถ้าเรียกผมมาแต่งเพลงเนี่ย ออกมาเจ๊งจะเป็นอะไรไหม ผมไม่ได้เป็นนักแต่งเพลงที่จะแต่งเพลงเพื่อขายดีได้ เพื่อนๆ ก็โอเคไม่คิดมาก เราขอทำโปรเจกต์นี้ด้วยความสุข เเละยอมรับในได้ พอเราได้ซ้อมไปสักพักผมก็ตัดสินใจชวนคุณปั๊มมาสมทบเป็นคนสุดท้ายครับ เราเลยครบกันห้าคน ซึ่งตอนแรกๆ ยังไม่ได้มีชื่อวง ก็ซ้อมดนตรีกันไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งที่จะมีงานเล่นที่ About Cafe เราค่อยแรนด้อมหาชื่อวง จนเจอชื่อวงนี้ที่ถูกใจเรา เป็นชื่ออพาร์ตเมนต์หนึ่งย่านลาดพร้าว ที่เราบังเอิญไปเห็นป้ายโฆษณาครับ

เพลงในอัลบั้มนี้ที่อยากแนะนำให้น้องๆ รุ่นใหม่ฟัง

มีหลายๆ เพลงที่อยากให้ฟัง แต่ผมขอเลือกเพลง ………. ละกัน เพลงนี้เป็นเพลงที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด แต่ว่าบังเอิญเกิดขึ้นในห้องอัดครับ เราไม่ได้แต่งเพลงนี้ไว้ก่อน เมื่อเราเข้าไปในห้องอัด เกิดโมเมนต์อะไรบางอย่างที่ทุกคนเล่นดนตรีขึ้นมา แล้วผมก็คิดคำพูดเหมือนบทกวีออกพอดี เพลงนี้เป็นผลพวงจากความบังเอิญ ซึ่งเราก็แคปเจอร์โมเมนต์นั้นไว้ ภาษาบ้านๆ ก็คือมั่วไหลไปเลย ผ่านมาหลายปีแล้ว เเทร็คนี้เลยกลายเป็นเพลงที่เราไม่ค่อยได้เล่นสด แต่ผมรู้สึกว่ามันพลังงานอะไรบางอย่างที่มีเอกลักษณ์มาก ผมเลยเชื่อว่าในการสร้างสรรค์ศิลปะ บางทีอุบัติเหตุหรือความบังเอิญต่างๆ มันเกิดขึ้นแล้วสวยงามครับ เลยอยากให้ได้ลองไปฟังเพลงนี้ครับ

เหตุผลที่ไม่ควรพลาดอัลบั้ม Bangkok Love Story (2003)

อัลบั้ม Bangkok Love Story เป็นซีดียังไม่เคยทำเป็นแผ่นเสียงมาก่อน เหตุผลที่เราหยิบมาทำเนื่องจากวงใกล้จะครบ 25 ปีแล้วครับ เราก็เลยอยากฉลองโดยการผลิตแผ่นเสียงนี้ขึ้นมานะครับ อยากให้ทุกคนลองฟังเพลงรูปแบบนี้ในแบบแอนะล็อกว่าจะได้รสชาติเป็นยังไง

สิ่งที่เพิ่มพิเศษมามากกว่าการครอบครองซีดี Bangkok Love Story คืออาร์ตเวิร์กจะใหญ่จุใจ โลโก้มีการอัปเดตเป็นโลโก้ใหม่ของวงที่ออกแบบโดย Dudesweet ครับ มีการแถม Booklet ข้างใน มีภาพที่บางคนอาจจะยังไม่เคยได้เห็น ออกแบบโดยคุณแม็ก Clubpopp เดี๋ยวรอเซอร์ไพรส์ละกันว่ารูปแบบจะออกมาเป็นยังไง

อีกเสน่ห์หนึ่งของอัลบั้ม Bangkok Love Story คือการที่นักดนตรีหลายๆ คนในวัยหนุ่ม ยังไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันอย่างเต็มที่ เรามีแบ็กกราวนด์ที่ต่างกัน มือเบสเราชอบเรกเก้ มือกีตาร์กับมือกลองชอบแจ๊ส ส่วนผมกับปั๊มชอบฟังก์ ชอบร็อค เเละเเร็ป การมาผสมผสานเลยได้สีสันใหม่ๆ สิ่งที่เราไม่คิดว่าจะอยู่ด้วยกันได้ มันก็อยู่ด้วยกันได้ อย่างเพลงกำแพงเป็นเพลงที่มีการใช้จังหวะดนตรีหลายแนวผสมผสานกัน บางท่อนเป็นแจ๊ส บางท่อนเป็นฟังก์ บางท่อนเป็นร็อค ทำให้เกิดความแตกต่างและทำให้เราเป็นที่สนใจในยุคนั้น

ผมเชื่อว่าการที่เราไม่ได้รู้จักมักจี่กันมาก่อน สิ่งที่เวลาเรามาแลกเปลี่ยนกันในห้องอัดมันจะเกิดพลังงานอะไรบางอย่างที่สมัยนี้ก็ทำไม่ได้ ถ้าจะให้เราทำดนตรีกัน ณ ตอนนี้ คือเราสนิทกันไปแล้ว เดาทางกันออก เราทำดนตรีอย่างไหลลื่นเป็นเนื้อเดียวกัน แต่เมื่อก่อนเราเหมือนกับขยำสิ่งที่มันไม่เข้ากัน มันดูเหมือนจะเละตุ้มเป๊ะแต่มันก็มีความงามบางอย่าง ซึ่งอันนี้แหละเป็นเสน่ห์ของอัลบั้มแรก คือเรายังไม่คุ้นเคยกัน การไม่คุ้นเคยกันสร้างสิ่งที่สมองคนคาดคิดไม่ได้ก็คือเสน่ห์หนึ่งของ Bangkok Love Story ครับ

5 อัลบั้มแผ่นเสียงในคอลเลกชันที่อยากแนะนำ

Meltmode & Wildealer – PSWVP001มาเริ่มกันที่แผ่นนี้ก่อนนะครับ เป็นแผ่นเพลงเฮ้าส์เต้นรำ Meltmode & Wildealer เป็นเพลงเต้นรำที่มีส่วนผสมของดนตรีกลิ่นอายไทย อยากแนะนำสำหรับคนที่ชอบดนตรีแนวดีเจเต้นรำสนุกสนานลองไปหาแผ่นนี้มาฟังกันครับ การฟังเพลงเต้นรำในรูปแบบแผ่นเสียงมีเสน่ห์หลายอย่างนะครับ ทั้งเบสย่านลึก ความนุ่มนวลในแบบแอนะล็อก น่าฟังมากครับ

Kidnappers – ความลับแผ่นต่อมานะครับ วงดนตรีวงนี้มีอิทธิพลอย่างสูงสำหรับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในบ้านเรา Kidnappers เป็นวงดนตรีที่เปลี่ยนนักร้องมาแล้วถึงสามรุ่น รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกนักร้องคือคุณปิ่น เก็จมณี เป็นแผ่นเสียงที่มีบรรจุไว้แค่สี่เพลง ไม่ได้เต็มอัลบั้มถือว่าเป็นอีพีก็ได้ ตัวอัลบั้มเต็มมีอีพีมากกว่านี้นะครับ ใครชอบเพลงอิเล็กทรอนิกส์ป๊อปไม่น่าพลาด

Pathomporn Pathomporn – Princess of Floraมาถึงตรงนี้ดีกว่า เรียกว่าถ้าไม่มีอัลบั้มนี้ก็คงอาจจะไม่ได้ยินเพลงที่ผมแต่งนะครับ คือสมัยก่อนผมก็ไม่คิดว่าผมจะมาเป็นนักแต่งเพลงได้ครับ จนได้มาฟังเพลงของปฐมพร ปฐมพร อัลบั้มเจ้าหญิงแห่งดอกไม้ เจ้าชายแห่งทะเล เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากหยิบปากกาขึ้นมาแต่งเพลง ขอขอบคุณปฐมพร ปฐมพรที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผมครับ

Wuthichai – Bai Mai Waiอาร์ตติสชื่อว่าวุฒิชัยครับ เป็นศิลปินที่นำเพลงอิเล็กทรอนิกส์มาผสมกับดนตรีในแบบของล้านนานะครับ สร้างความลงตัวระหว่างดนตรีพื้นบ้านและดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ อยากให้ทุกคนที่เป็นคอเพลงอิเล็กทรอนิกส์ได้ฟังกันนะครับ โดยเฉพาะคออิเล็กทรอนิกส์ที่ชอบในกลิ่นอายของเพลงพื้นบ้านด้วยครับ

The Paradise Bangkok Molam International Band – 21st Century Molamเป็นวงดนตรีที่นำดนตรีหมอลำมาผสมกับฟังก์ ดิสโก้ ได้อย่างลงตัว ทำให้ดนตรีพื้นบ้านของเราเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้ครับ

BEHIND THE SCENE

SCOOP

COLLABS

SERVICES

ABOUT

CONTACT